บทความเรื่อง “การปฏิวัติเงียบ”

การปฏิวัติเงียบ บทความที่ ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ เขียนไว้เมื่อ 18 กันยาย 2545 ที่กล่าวถึง ความสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสมือนเป็น การปฏิวัติเงียบ ที่เปลี่ยนแปลงลักษณะการปกครองของไทยไปสู่การกระจายอำนาจมากขึ้น แม้ว่าข้อเขียนของท่านอาจารย์จะเขียนไว้นานเจ็ดปีแล้ว แต่ก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นไป ต่อการพัฒนาประเทศไทย

บ่อยครั้งที่มนุษย์มองอยู่แต่ไม่เห็น กล่าวคือ มิได้ตระหนักในความสำคัญของสิ่งที่ตนเองกำลังมองอยู่”

กรณีตัวอย่างรัฐบาลไทยในสมัยวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งเมื่อปี พ.ศ.2540 คนไทยมองและฟังอยู่ แต่ไม่เห็นและไม่ได้ยิน  พูดกันง่ายๆว่าคนไทยไม่เข้าใจว่าตัวเองต้องใช้หนี้ที่ตังเองไม่ได้ก่อ ไม่ได้กู้ยืมเงินมาเลยแม่แต่บาทเดียว รัฐบาลไทยประกาศจะใช้หนี้แทนเอกชน ซึ่งต้องใช้เงินภาษีอากรของประชาชนไปใช้หนี้ต่างประเทศ คนไทยก็เฉยๆกันทั้งประเทศ ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศอื่น คงจะมีการจลาจลคัดค้านต่อต้านกันยกใหญ่ เพราะมันไม่เป็นธรรมเลย ที่ประชาชนทั้งประเทศต้องมาแบกรับภาระหนี้มหาศาลที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ทั้งๆที่คนก่อหนี้ยังสุขสบายดีกันทุกคน

ปัจจุบันนี้มีการปฏิวัติเงียบเกิดขึ้นในเมืองไทยที่คนส่วนใหญ่มองอยู่ แต่ไม่เห็น ไม่ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกแผ่นดินได้เกิดขึ้นแล้ว นั่นคือ การปฏิวัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2538 มีการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขึ้นเป็นครั้งแรก จำนวน 617 แห่ง ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คือ หน่วยการบริการราชการส่วนท้องถิ่น มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นราชการส่วนท้องถิ่น ภายในเวลาเพียงสองปีเท่านั้น คือในปีพ.ศ.2540 ประเทศไทยก็มีปริมาณของ อบต. เพิ่มขึ้น 10 เท่า เป็น 6,397 แห่ง เมื่อเต็มพื้นที่ก็คือ 6,964 แห่ง เป็นนิติบุคคลที่มีความรับผิดชอบในการบริหารเขตพื้นที่ทั่วประเทศไทย

ราชอาณาจักรไทยยังมีรัฐบาลท้องถิ่นอีกคือ 1.องค์การบริหารส่วนจังหวัด 75 แห่ง 2. เทศบาล 1,129 แห่ง แบ่งเป็นเทศบาลนคร 20 แห่ง เทศบาลเมือง 84 แห่ง เทศบาลตำบล 1,025 แห่ง 3.การปกครองรูปแบบพิเศษ กรุงเทพ เมืองพัทยา 2 แห่ง ข้อมูลตัวเลขที่น่าเบื่อนี้ แสดงให้เห็นว่าทุกตารางนิ้วของประเทศไทยนั้นมีนิติบุคคล 8,170 แห่ง ดูแลรับผิดชอบอยู่ เปรียบเทียบกับเมื่อสมัยก่อนที่มีนิติบุคคลดูแลรับผิดชอบเพียงจังหวัดซึ่งมีอยู่ 75 จังหวัด ซึ่งการดูแลรับผิดชอบย่อมไม่ทั่วถึงแน่นอนการเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬารเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ.2538 มานี้เอง

นอกจากนี้ประเทศไทยของเรายังตราพระราชบัญญัติกำหนดแผนขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ.ศ.2542 ไว้ด้วยโดยกำหนดไว้อย่างชัดเจน ว่า ภายในพ.ศ.2544 องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีรายได้ 20% ของรัฐบาล และภายใน พ.ศ. 2549 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่า 35% ของรายได้รัฐบาล

เมื่อพ.ศ.2537 รายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีเพียงแค่ 7% ของรายได้รัฐบาลเท่านั้นเอง คนไทยเราได้ฟังเรื่องการเพิ่มรายได้ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ไม่ได้ยินหรอกครับ คือ ฟังแล้วก็ไม่เห็นภาพพจน์  เหมือนกับเคยฟังรัฐบาลไทยรับใช้หนี้เงินกู้ของเอกชนแทน เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง เมื่อ พ.ศ.2540 คือ ฟังแล้วไม่เข้าใจนั่นเอง

ท่านผู้อ่านที่เคารพลองตรองดูนะครับว่า 35% ของเงิน 1,023,000 ล้านบาท ก็เป็นเงินกว่าสามแสนกว่าล้านบาทเชียวนะครับ

การปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีเม็ดเงินเพิ่มขั้นตั้ง 5 เท่า จากสมัย พ.ศ. 2537 ถอยไปถึง พ.ศ.2500 นั่นเลยทีเดียว

สรุปว่า เกมการเล่นกีฬาการเมืองของไทยนั้น เปลี่ยนจากฟุตบอลเป็นรักบี้ฟุตบอลไปเสียแล้ว ลองคิดดูง่ายจะเห็นว่า

  1. อำนาจ กระจายไปสู่คนจำนวนมาก จะดูในแง่นิติบุคคล ที่ดูแลรับผิดชอบในพื้นที่ ก็เพิ่มจาก 75 นิติบุคคล มาเป็นจำนวน 8,170 นิติบุคคล
  2. เงิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่า 35% ของรายได้รัฐบาล

ดังนั้น ถ้าใครยังไม่ตื่นขึ้นและตระหนักในความสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากแต่ยังหลงงมงายอยู่กับการส่วนภูมิภาคอยู่ก็คงจะลำบาก  เนื่องจากเกมการเมืองได้เปลี่ยนจากฟุตบอลมาเป็นรักบี้ฟุตบอลแล้ว ซึ่งย่อมเป็นการแน่นอนที่กติกาการเล่นย่อมเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ใครปรับตัวตรงนี้ไม่ได้ก็คงลำบากมากๆนะครับ

เพราะเป็นปรากฏการณ์ในช่วงระหว่าง พ.ศ.2538 ถึง ปัจจุบัน นี้คือ การปฏิวัติเงียบอย่างแท้จริง

จากหนังสือ บี้โลกให้แบน โดย ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ สนพ.บริษัท พี. วาทิน พับบลิเคชั่น จำกัด พิมพ์ครั้งที่ 1 เมษายน 2552 หน้า 72-75

*หมายเหตุ: ข้อมูล ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2552  เว็บไซท์ http://www/thailocaladmin.go.th/work/apt150851.pdf

องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีจำนวน 75 แห่ง

เทศบาล จำนวน 1,679 แห่ง แบ่งเป็น เทศบาลนคร 23 แห่ง, เทศบาลเมือง 140 แห่ง, เทศบาลตำบล 1,456 แห่ง

องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จำนวน 6,157 แห่ง

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพ และพัทยา

Advertisements

%d bloggers like this: